วิธีเลือก ซีลไฮดรอลิก และ ออยซีล ให้ถูกประเภท จบงานไว ไม่ต้องรื้อซ้ำ

งานซ่อมกระบอกไฮดรอลิก ปัญหาโลกแตกของช่างคือเลือกซีลผิดประเภท ทำให้ประกอบเสร็จแล้วรั่วซึม วันนี้เรามาเจาะลึกวิธีเลือกให้เป๊ะตั้งแต่รอบแรก

วิธีเลือก ซีลไฮดรอลิก และ ออยซีล ให้ถูกประเภท จบงานไว ไม่ต้องรื้อซ้ำ

ความแตกต่างและหน้าที่ระหว่าง ซีลแกน (Rod Seal) และ ซีลลูกสูบ (Piston Seal)

แม้จะอยู่ในกระบอกไฮดรอลิกเหมือนกัน แต่หน้าที่ต่างกันชัดเจน

  • ซีลแกน (Rod Seal): ติดตั้งอยู่บริเวณฝาสูบ หน้าที่หลักคือ "กวาดและกันน้ำมันรั่วออกสู่ภายนอก" ต้องทนต่อแรงเสียดทานสูง (รุ่นยอดนิยมที่มีของพร้อมส่ง เช่น Hallite 605, Kastas K18, Hallite 18)
  • ซีลลูกสูบ (Piston Seal): ติดตั้งอยู่บนตัวลูกสูบด้านในกระบอก หน้าที่คือ "กันไม่ให้น้ำมันข้ามห้อง" (รุ่นแนะนำ เช่น Kastas K21, Hallite 53, Hallite 54)

ทำไมต้องเปลี่ยน แวร์ริง (Wear Ring) ไปพร้อมกับชุดซีลเสมอ?

ช่างหลายคนประหยัดงบโดยเปลี่ยนแค่ตัวซีลยาง แต่แวร์ริงมีหน้าที่ประคองแกนและลูกสูบไม่ให้เหล็กเสียดสีกัน หากแวร์ริงสึกหรอ แกนจะแกว่ง ทำให้ซีลตัวใหม่ฉีกขาดและรั่วในเวลาอันสั้น ดังนั้น "เปลี่ยนซีลทุกครั้ง ต้องเปลี่ยนแวร์ริงเสมอ"

ชุดซ่อมกระบอกไฮดรอลิกมาตรฐานที่อู่ซ่อมควรมีติดสต็อกไว้

  • ซีลกันฝุ่น (Wiper Seal) ป้องกันเศษดินทรายเข้ากระบอก (เช่น Hallite 38, Kastas K09, K10)
  • ซีลแกน (Rod Seal) แบบ U-Cup ที่ทนแรงดันได้ดี (เช่น Hallite 605, Hallite 601, Kastas K18)
  • ซีลลูกสูบ (Piston Seal) (เช่น Kastas K21, Hallite 53)
  • แวร์ริง (Wear Ring) (เช่น Kastas K37)
  • โอริง (O-Ring) และ แบคอัพริง (Back-up Ring) ไซส์มาตรฐาน
กำลังดูอยู่: 7 คน