เมื่อต้องสั่งซื้อโอริง (O-Ring) ไม่ว่าจะเป็นยาง NBR หรือ Viton (FKM) นอกจากการระบุขนาดรูในและหน้าตัด (ID x CS) แล้ว อีกหนึ่งสเปกสำคัญที่มีผลต่อความทนทานคือ "ค่าความแข็งของยาง (Hardness)" โดยค่ามาตรฐานที่พบเห็นบ่อยที่สุดคือ 70 Shore A และ 90 Shore A สองสเปกนี้มีความแตกต่างและเหมาะกับงานแบบไหน? มาดูกันครับ

1. หน่วยวัดความแข็ง Shore A คืออะไร?

Shore A (Durometer) คือหน่วยวัดความแข็งและความต้านทานการเจาะกดของวัสดุยาง โดยสเกลมีค่าตั้งแต่ 0 (นิ่มมาก) ถึง 100 (แข็งมากใกล้เคียงพลาสติก):

  • 70 Shore A: ความแข็งระดับปานกลาง เทียบเท่ากับความแข็งของยางลบดินสอหรือยางล้อรถยนต์
  • 90 Shore A: ความแข็งระดับสูง เทียบเท่ากับความแข็งของสายพานไทม์มิ่งหรือล้อสเก็ตบอร์ด

2. เปรียบเทียบคุณสมบัติ 70 Shore A vs 90 Shore A

หัวข้อเปรียบเทียบ โอริง 70 Shore A (มาตรฐาน) โอริง 90 Shore A (เกรดแข็ง)
ความยืดหยุ่นและการคืนตัว สูงมาก ยืดหยุ่นได้ดี ใส่ง่าย ปานกลาง ยืดตัวได้น้อยกว่า ต้องใช้แรงกด
การซีลที่แรงดันต่ำ (< 100 Bar) ดีเยี่ยม ยางยุบตัวแนบผิวสนิทง่าย ปานกลาง ต้องการแรงขันกดมากกว่า
การทนแรงดันสูง (> 150-300 Bar) เสี่ยงยางปลิ้นเข้าช่องว่าง (Extrusion) ดีเยี่ยม ต้านทานการปลิ้นได้สูงมาก
การใช้งานทั่วไป ฝาประกบ ปั๊มน้ำ ท่อลม วาล์วน้ำมันทั่วไป ข้อต่อไฮดรอลิกแรงดันสูง เกลียว SAE/BSPP

3. ปัญหา Extrusion: ทำไมแรงดันสูงต้องใช้ 90 Shore A?

เมื่อแรงดันในระบบสูงขึ้น น้ำมันจะพยายามดันเนื้อยางให้ไหลลอดเข้าไปในช่องว่างระหว่างชิ้นส่วนโลหะ (Clearance Gap) หากใช้โอริงเนื้อนิ่ม 70 Shore A ปลายยางจะถูกตัดขาดและแหว่งเป็นริ้วๆ เรียกว่า Extrusion Failure แต่ถ้าเลือกใช้ 90 Shore A เนื้อยางที่แข็งแน่นจะต้านทานแรงดันและคงรูปทรงอยู่ในร่องได้มั่นคงกว่ามาก

4. สรุปวิธีเลือกความแข็งโอริง

  • เลือก 70 Shore A: สำหรับงานทั่วไป งานแรงดันต่ำถึงปานกลาง (ต่ำกว่า 100 Bar) งานสุญญากาศ หรือผิวหน้างานที่ไม่เรียบเนียนมากนัก เพราะยางนิ่มจะช่วยชดเชยรอยตามดได้ดี
  • เลือก 90 Shore A: สำหรับระบบไฮดรอลิกแรงดันสูง (100 – 300+ Bar), ข้อต่อท่อแรงดันสูง (Flange / Fittings) หรือตำแหน่งที่มีช่องว่างระหว่างชิ้นงานกว้าง

ต้องการสั่งซื้อ โอริง NBR 70/90 Shore A หรือ โอริง Viton 75/90 Shore A สามารถเช็คขนาดและปรึกษากับทีมงาน SEALTHAI ได้ทุกวันครับ